บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์(2533:16). กล่าวว่า รูปแบบการวิจัย(Research
Design)เป็นการสำรวจให้ทราบว่าประเด็นปัญหาในทำนองที่สนใจนั้น
มีใครทำวิจัยโดยใช้รูปแบบการวิจัยอย่างไรบ้าง
โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับตัวแปรที่ศึกษามีอะไรบ้าง มีการควบคุมตัวแปรภายนอกอย่างไร
มีอะไรบ้างเป็นประชากร สุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการอย่างไร เก็บรวบรวมข้อมูล
และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างไร ใช้สถิติอะไรบ้าง
www.skn.ac.th/poramast/wit.ppt
กล่าวว่า รูปแบบการวิจัย
ควรเลือกแบบที่ใช้การศึกษา เพื่อตอบคำถามการวิจัย
ซึ่งจะตอบคำถามการวิจัยได้ดีที่สุด สามารถจะดำเนินการได้จริง
และประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน
ไพศาล หวังพานิช(2531:80)
กล่าวว่า รูปแบบการวิจัย
เป็นแบบการวิจัยจะช่วยให้ผู้วิจัยสามารถหาคำตอบของปัญหาที่ต้องการศึกษาค้นคว้าได้อย่างถูกต้องแบบการวิจัยมีหลายแบบด้วยกัน
ซึ้งมีตั้งแต่แบบที่ง่ายไปจนถึงแบบที่สลับซับซ้อนการที่ผู้วิจัยจะเลือกใช้แบบใดนั้นขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการศึกษา
ต้องการคำตอบในเรื่องใดบ้าง ลึกซึงแค่ไหน
สรุป
รูปแบบการวิจัย
หมายถึง เป็นการสำรวจให้ทราบว่าประเด็นปัญหาในทำนองที่สนใจนั้นเป็นการวิจัยที่ช่วยให้
ผู้วิจัยสามารถหาคำตอบของปัญหาที่ต้องศึกษาค้นคว้าได้อย่างถูกต้องตามที่
หน่วยงานกำหนดหรือกำกับการดำเนินงานวิจัยของการจัดรายละเอียดให้เป็นหมวด
หมู่และการเรียงลำดับรายละเอียดของงานวิจัยนั้น เช่นตัวแปรที่ศึกษามีอะไรบ้าง
มีการควบคุมตัวแปรภายนอกอย่างไร ฯ ทำความเข้าใจกับรายละเอียดที่สำคัญต่างๆ
ของรูปแบบนั้นแล้วปฏิบัติตามนั้นอย่างเคร่งครัด
ที่มา
บุญธรรม
กิจปรีดาบริสุทธิ์. (2533). การวิจัย
การวัดและประเมินผล. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ศรีอนันต์.
www.skn.ac.th/poramast/wit.ppt
เข้าถึงข้อมูลวันที่ 9
มกราคม 2556
ไพศาล
หวังพานิช.(2531). วิธีการวิจัย.กรุงเทพฯ: งานส่งเสริมวิจัยและตำรากองบริหารการศึกษามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ประสานมิตร.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น